มาตรฐานประชาธิปไตย..ในสายตาพี่เบิ้ม U.S.A.
เป็นประเด็นต่อเนื่องสำหรับบทบาทของประเทศที่ถือกันว่าเป็นพี่เบิ้ม ของระบอบประชาธิปไตยโลก... สหรัฐอเมริกา ด้วยเหตุทีมักแสดงตนแสดงบทบาท ในการสนับสนุนให้ประเทศต่างๆnยึดหลักการปกครองตามระบอบประชาธิปไตย ต่อต้านการปกครองรูปแบบอื่นๆ และเป็นที่ทราบกันดีว่าใน สหรัฐฯ มักจะเข้าไปก้าวก่ายโดยตรงและโดยออมกับประเทศอื่นๆ ทั่วโลก หากเห็นว่าประเทศนั้นๆ ไม่ได้ปกครองตามรูปแบบที่ตัวเองยึดถือ
คือ ระบอบประชาธิปไตย ที่มีการเลือกตั้งตัวแทนเข้ามาทำหน้าที่ปกครอง หรือ บริหารประเทศตามวาระ
ในช่วงนี้ เรามักเห็นข่าวเห็นบทบาทของตัวแทนสหรัฐฯ เข้ามามีบทบาทเกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองในประเทศไทยบ่อยๆ ขึ้น เริ่มตั้งแต่ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศ ที่เปิดประเด็นจนเป็นเรื่องขึ้นมา ในการแสดงความเห็นเรื่อง สถานการณ์การเมืองไทย และ คดีการเมือง การถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่า มีจุดมุ่งหมายทางการเมือง จนทำให้เกิดกระแสลบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศขึ้นมาอีกครั้ง ด้วยถูกมองว่าเป็นการก้าวก่ายการเมืองภายในประเทศไทยนั้นเอง
ล่าสุด มีประเด็น เรื่อง กระแสข่าวการขอลี้ภัยทางการเมืองของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ขึ้นมาอีก แต่ นายแพทริค เมอร์ฟี่ อุปทูตอเมริกา ประจำประเทศไทยได้ปฏิเสธ ทันทีว่าไม่เคยได้ยินกระแสข่าวดังกล่าวและไม่มีการพูดคุย กับ นายยงยุทธ ยุทธวงศ์ รองนายกรัฐมนตรี เมื่อวานนี้
แต่กระนั้นก็ตามบรรดาคอการเมืองก็ยังพากันสงสัยว่าจริงๆ แล้ว ท่าทีของสหรัฐฯ ไม่ได้ปฏิเสธ ในเรื่องดังกล่าวโดยสิ้นเชิง อย่างเช่น นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มกรีน ที่ตั้งขอสงสัยว่า ข่าวยังค่อนข้างคลุมเครืออยู่ว่าที่ไม่ได้ให้ลี้ภัยนั้น
เพราะว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังไม่ได้ยื่นเรื่องขอไป หรือยื่นไปแล้วแต่สหรัฐฯ ไม่อนุญาตหรืออย่างไร ดูเหมือนอุปทูตสหรัฐฯ ไม่ได้ตอบคำถามอย่างละเอียดและตรงไปตรงมา
และยังได้ยกบทบาทของสหรัฐฯ ที่มีต่ออดีตนายรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งมีฐานะเป็นผู้หลบหนีคดีในประเทศไทยอยู่ในขณะนี้ ว่า สหรัฐฯ ปล่อยให้ พ.ต.ท.ทักษิณ เข้าประเทศโดยไม่ได้ดำเนินการตาม พ.ร.บ.ส่งผู้ร้ายข้ามแดน ทั้งๆ ที่ไทย มีการส่งผู้ร้ายข้ามแดนให้สหรัฐฯ หลายครั้งเช่น นายฮัมบาลี ผู้ต้องหาคดีก่อการร้าย นายวิคเตอร์ บูท พ่อค้าอาวุธชาวรัสเซียไปดำเนินคดีที่สหรัฐฯ เป็นต้น
โดยสหรัฐฯ บอกว่าทางรัฐบาลไทยไม่ได้ร้องขอ.....
ดังนั้นบทบาทของสหรัฐฯ ต่อสถานการณ์ในประเทศไทย แม้พยายามปรับความสัมพันธ์ รักษาสัมพันธ์ของมิตรประเทศเพิ่มขึ้น จากเดิมที่เคยปรับลด ความสัมพันธ์ทางการทหาร จากการซ้อมรบที่เรียกว่า คอบร้าโกลด์มาเป็นการซ้อมบรรเทาสาธารณภัย แต่หลังจากรัฐบาลไทยดึงกองทัพจีนมาร่วมซ้อมรบเต็มรูปแบบ สหรัฐฯ จึงเปลี่ยนท่าทีมาเป็นการซ้อมรบแบบคอบ้าโกลด์เช่นเดิม
อย่างไรก็ตาม ท่าทีของอุปทูต นายแพทริค เมอร์ฟี่ ที่แสดงออกมาล่าสุดต่อสถานการทางการเมืองไทยก็คือ อยากให้ไทยกลับสู่สภาวะปกติ และเข้าใจในโรดแมปของไทยรวมถึงอยากให้กระบวนการต่างๆ เป็นไปด้วยดีเพื่อให้ไทยกลับสู่กระบวนการประชาธิปไตยโดยเร็ว
ทั้งนี้ มองว่าการเข้าสู่ประชาธิปไตยถือเป็นความสำเร็จของไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และหวังว่าหากมีประชาธิปไตยแล้วการบังคับใช้อำนาจทางกฎหมายจะกลับมาเป็นปกติ
จะเห็นได้ว่า เป็นการแสดงท่าทีในท่าทีเดิมไม่ได้เปลี่ยนแปลง เพียงแต่เข้าใจห้วงเวลา หรือโรดแมปของ คสช.มากขึ้น แต่ไม่วายที่จะย้ำในเรื่อง การบังคับใช้อำนาจทางกฎหมายจะกลับมาเป็นปรกติ
สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า สหรัฐฯ ก็ยังแสดงบทบาทการเล่นสองหน้าไม่เปลี่ยนแปลง ทางหนึ่งพยายามฟื้นความสัมพันธ์กับรัฐบาลคสช. เพิ่ม ขณะเดียวกันก็ไม่ได้ตัดขาดความสัมพันธ์กับกลุ่มอำนาจทางการเมืองที่มี พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นแกนกลางเช่นเดิม
ในประเด็นการอ้างการใช้อำนาจทางกฎหมายตามปรกติ...เป็นที่น่าสงสัยว่า ทำไม่กรณี ประเทศเพื่อนบ้านเราอย่างประเทศมาเลเซีย ซึ่งเพิ่งผ่านคดีทางการเมืองที่ครึกโครม การตัดสินคดีตามการกล่าวหาของรัฐบาลต่อผู้นำฝ่ายค้านคนสำคัญ นายอันวาร์ อิบราฮิม ที่ถูกตั้งข้อหาล่วงละเมิดทางเพศผู้ช่วยชาย...
ซึ่งคดีดังกล่าว บรรดาคอการเมืองระหว่างประเทศมองว่า เป็นการกำจัดอดีตผู้นำฝ่ายค้าน ที่เริ่มมีบทบาทและได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ เป็นการเดินเกมทางการเมืองอย่างชัดเจน ...แต่สหรัฐฯ ไม่เคยแสดงบทบาทหรือสงสัยต่อการเมืองเมืองเหล่านั้นเลย...ไม่สงสัยการใช้อำนาจตามกฎหมายเลย
หรือแม้กระทั่งในประเทศอย่างสิงคโปร์ เป็นที่รู้ว่า การใช้อำนาจทางกฎหมาย มีการปิดกั้นเสรีภาพในการแสดงออกของสื่อค่อนข้างมาก การวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลเป็นไปได้ยากมาก สหรัฐฯ...ก็ไม่เคยสงสัยไม่เคยแสดงบทบาทท่าทีของตัวเองในเรื่องเหล่านี้เลย..
ดังนั้น มาตรฐานของการมองประชาธิปไตยของพี่เบิ้มอย่างสหรัฐฯ จึงไม่ได้มีมาตรฐานเดียวเหมือนกันทุกประเทศ..อยู่ที่ทางพี่เบิ้มว่าจะเลือกมองอย่างไรมากกว่า...........โดย เปลวไฟน้อย
...............................
ที่มา : http://news.sanook.com/1747093/
มาตรฐานประชาธิปไตย..ในสายตาพี่เบิ้ม U.S.A.
Reviewed by Unknown
on
08:31
Rating:
Post a Comment