สกุลเงินหลักแกว่งตัวในกรอบแคบ รอผลการเจรจาหนี้กรีซ



ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันอังคารที่ 23 มิถุนายน 2558 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (23/6) ที่ระดับ 33.67/33.69 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าลงจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (22/6) ที่ระดับ 33.64/33.66 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ จากการแข็งค่าขึ้นของค่าเงินดอลลาร์หลังจากในคืนวันจันทร์ (22/6) สมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ ได้เปิดเผยยอดขายบ้านมือสองในเดือนพฤษภาคมพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 5 ปีครึ่งที่ 5.35 ล้านยูนิต เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่ระดับ 5.09 ล้านยูนิตและสูงกว่าที่นักวิเคราะห์ได้คาดการณ์ไว้ว่าจะอยู่ที่ระดับ 5.26 ล้านยูนิต บ่งชี้ว่าตลาดที่อยู่อาศัยของสหรัฐกำลังฟื้นตัวขึ้นเป็นระยะ ซึ่งอาจส่งผลให้ทางธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ นอกจากนี้ นายมิลแลน มัลเรน ผู้ช่วยหัวหน้านักเศรษฐศาสตร์จากทีดีซีเคียวริตี้ส์ให้ความเห็นเกี่ยวกับการเพิ่มขึ้นของตลาดที่อยู่อาศัยของสหรัฐฯว่า ภาวะตลาดแรงงานที่ปรับตัวดีขึ้นกำลังเริ่มที่จะกระตุ้นให้ค่าจ้างเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ความต้องการที่อยู่อาศัยและยอดขายบ้านเพิ่มขึ้นในเดือนพฤษภาคม หลังจากที่ปรับตัวลดลงในเดือนเมษายน ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 33.69-33.755 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 33.73/33.75 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

ในส่วนของการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรนั้นในวันนี้ (23/6) ค่าเงินยูโรเปิดตลาดที่ระดับ 1.1269/1.1271 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ปรับตัวอ่อนค่าลงจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (22/6) ที่ระดับ 1.1356/1.1357 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร หลังจากเมื่อคืนวานนี้ (22/6) คณะกรรมาธิการยุโรปเปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในยูโรโซนประจำเดือนมิถุนายนอยู่ที่ +5.6 จุด ซึ่งยังคงอยู่ในระดับต่ำ นอกจากนี้ค่าเงินยูโรยังคงถูกแรงกดดันจากการเจรจาปัญหาหนี้ระหว่างกรีซและเจ้าหนี้ เนื่องจากเมื่อวานนี้ (22/6) สหภาพยุโรป (EU) ประกาศจัดการประชุมฉุกเฉินเพื่อหาทางออกให้กับกรีซหลังจากเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (18/6) การเจรจาระหว่างกรีซกับเจ้าหนี้ (IMF) ยังไม่สามารถตกลงกันได้ ซึ่งส่งผลให้เกิดความวิตกกังวลว่ากรีซอาจจะผิดนัดชำระหนี้กับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ในช่วงสิ้นเดือนและอาจถูกขับออกจากยูโรโซน โดยนางแองเจลา เมอร์เดล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี ออกมาเปิดเผยว่าแม้ว่าการเจรจาในที่ประชุมจะยังคงไม่มีความคืบหน้า แต่ยังมีอีกหลายวันสำหรับการบรรลุข้อตกลง ซึ่งหากที่ประชุมยังไม่สามารถหาข้อยุติในการแก้ปัญหาหนี้กรีซได้ ทั้ง 2 ฝ่ายยังคงมีโอกาสสุดท้ายในการประชุมสุดยอดผู้นำสหภาพยุโรป (EU) ที่จะมีขึ้นในวันที่ 25-26 มิถุนายน 2558 ขณะที่ในวันนี้ (23/6) สถาบันมาร์กิตได้เปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตเบื้องต้นในเดือนมิถุนายนของหลายๆ ประเทศ โดยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตเบื้องต้นเดือนมิถุนายนของเดือนมิถุนายนของหลาย ๆ ประเทศ โดยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตเบื้องต้นของประเทศฝรั่งเศสเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 50.5 จาก 49.4 ของเดือนก่อนหน้าซึ่งเป็นการเพิ่้มขึ้นเหนือระดับ 50.0 เป็นครั้งแรกในรอบ 1 ปี ขณะที่ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตเบื้องต้นเดือนมิถุนายนของทางเยอรมนีอยู่ที่ระดับ 51.9 ดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะอยู่ที่ระดับ 51.2 และดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตเบื้องต้นเดือนมิถุนายนของยูโรโซนอยู่ที่ระดับ 52.5 ดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 52.2 ทั้งนี้ตลาดจับตาดูการประชุมรัฐมนตรีว่าการคลังกลุ่มยูโรโซนที่กรุงบรัสเซลล์อีกครั้งในวันที่ 25-26 มิถุนายน 2558 เพื่อช่วยให้กรีซได้รับเงินช่วยเหลืองวดใหม่และหลีกเลี่ยงภาวะล้มละลาย ซึ่งเงินช่วยเหลือก้อนปัจจุบันของกรีซจะหมดอายุลงในวันที่ 30 มิถุนายน 2558 นี้ ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1231-1.1341 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1247/1.1248 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับค่าเงินเยนในวันนี้ (23/6) เปิดตลาดที่ระดับ 123.64/123.69 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าลงจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (22/6) ที่ 123.16/123.17 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยช่วงเช่าวันนี้ (23/6) สถาบันมาร์กิตได้มีการเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตเบื้องต้นของญี่ปุ่นในเดือนมิถุนายนร่วงลงจากเดือนก่อนหน้าสู่ระดับ 49.9 ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะอยู่ที่ระดับ 50.5 ทั้งนี้ดัชนีได้ร่วงลงต่ำกว่าระดับที่ 50.0 บ่งบอกถึงการหดตัวเป็นครั้งแรกในรอบ 1 เดือน ขณะที่ดัชนียอดสั่งซื้อใหม่ร่วงสู่ระดับ 49.4 จากระดับ 50.9 ในเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นการลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 1 เดือน แต่ยอดสั่งซื้อสินค้าที่ส่งออกใหม่พุ่งสู่ระดับ 53.6 จากระดับ 50.6 ในเดือนพฤษภาคม และเป็นการขยายตัวมากที่สุดในรอบ 4 เดือน ซึ่งบ่งชี้ว่าอุปสงค์ต่างประเทศกำลังเริ่มที่จะขยายตัวมากขึ้น ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 123.35-123.79 ดอลลาร์สหรัฐ/เยน และปิดตลาดที่ระดับ 123.59/123.60 ดอลลาร์สหรัฐ/เยน

ดัชนีสำคัญทางเศรษฐกิจในสัปดาห์นี้ได้แก่ ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนพฤษภาคมของสหรัฐ (23/6), ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตเบื้องต้นเดือนมิถุนายนของสหรัฐ (23/6), ยอดขายบ้านใหม่เดือนพฤษภาคมของสหรัฐ (23/6), จีดีพีขั้นสุดท้ายไตรมาส 1/2558 ของสหรัฐ (24/6), ผลสำรวจความเชื่อมั่นผู้บริโภคของเยอรมันเดือนกรกฎาคมจากสถาบัน GtK (25/6), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกรายสัปดาห์ของสหรัฐฯ (25/6), และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคช่วงท้ายเดือนมิถุนายน จากมหาวิทยาลัยมิชิแกนของสหรัฐ (26/6)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap Point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ 3.75-3.85 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ 7.25-8.25 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ
.............................
ที่มา: http://www.prachachat.net

สกุลเงินหลักแกว่งตัวในกรอบแคบ รอผลการเจรจาหนี้กรีซ สกุลเงินหลักแกว่งตัวในกรอบแคบ รอผลการเจรจาหนี้กรีซ Reviewed by Unknown on 05:31 Rating: 5

ไม่มีความคิดเห็น