ตำรวจรออัยการญี่ปุ่น - สั่งคดี "บิ๊กแจ๊ด"
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 29 มิ.ย. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ต.อภิชาติ สุริบุญญา ผบก.กองการต่างประเทศ เปิดเผยความคืบหน้าคดีที่ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง อดีตผบช.น. ถูกจับกุมที่ประเทศญี่ปุ่นว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับเอกสารรายงานอย่างเป็นทางการจากประเทศญี่ปุ่น โดยได้รับเพียงการประสานทางวาจาผ่านทางการทูตเท่านั้น ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนรอผลการพิจารณาของพนักงานอัยการประเทศญี่ปุ่นว่า จะสั่งฟ้องคดีต่อศาลหรือไม่ ตามกฎหมายญี่ปุ่นนั้นอัยการมีอำนาจควบคุมตัวได้เป็นเวลา 20 วัน แต่ตอนนี้ยังไม่สามารถระบุได้ว่าพล.ต.ท.คำรณวิทย์ ถูกควบคุมตัวอยู่ที่ใดกันแน่ ขณะเดียวกันก็ยังไม่ได้รับการประสานจากครอบครัวของพล.ต.ท.คำรณวิทย์ ในการร้องขอเอกสารเพื่อยืนยันว่าเคยรับราชการตำรวจ และเคยดำรงตำแหน่งอดีตผบช.น.แต่อย่างใด รวมทั้งประเทศญี่ปุ่นก็ยังไม่มีการร้องขอเอกสารหรือข้อมูลใดๆเ ช่นกัน
ส่วนการตรวจสอบอาวุธปืน North American Arms ขนาด.22 ของพล.ต.ท.คำรณวิทย์ แล้วไม่พบว่ามีการขึ้นทะเบียนปืนนั้นเชื่อว่าจะไม่มีผลต่อการพิจารณาของอัยการแต่อย่างใด เนื่องจากใบอนุญาตในการครอบครองอาวุธปืนนั้น สามารถใช้ได้เฉพาะในประเทศที่ออกใบอนุญาตเท่านั้น หากตรวจพบการพกพาอาวุธก็ถือว่ามีความผิดตามกฎหมายของประเทศที่ตรวจพบอยู่แล้ว ตอนนี้ตนยังไม่กล้าประเมินสถานการณ์ล่วงหน้าว่าจะเป็นไปในทิศทางใด เนื่องจากเกรงว่าจะเป็นการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมของประเทศญี่ปุ่น แต่มั่นใจว่าอัยการของประเทศญี่ปุ่นจะให้ความเป็นธรรมกับ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ อย่างแน่นอน พล.ต.ต.อภิชาติกล่าว
พล.ต.ต.อภิชาติกล่าวต่อว่า การพิจารณาเรื่องนี้จะมี 2 แนวทาง คือ กรณีที่พนักงานอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องก็สามารถเดินทางกลับประเทศได้ทันที แต่หากพนักงานอัยการพิจารณาแล้วเห็นว่า พล.ต.ท.คำรณวิทย์มีความผิดข้อหามีอาวุธปืน และเครื่องกระสุนไว้ในครอบครอง จะถือว่าเป็นการต้องโทษคดีอาญาในต่างประเทศ ซึ่งประเทศไทยมีสนธิสัญญากับประเทศญี่ปุ่นเกี่ยวกับ พ.ร.บ.การโอนตัวนักโทษอยู่แล้ว โดยผู้กระทำความผิดต้องรับโทษ 1 ใน 3 ที่ประเทศญี่ปุ่นก่อนที่จะประสานทำเรื่องร้องขอโอนตัวนักโทษกลับมารับโทษในประเทศไทยได้ต่อไ
ส่วนการตรวจสอบอาวุธปืน North American Arms ขนาด.22 ของพล.ต.ท.คำรณวิทย์ แล้วไม่พบว่ามีการขึ้นทะเบียนปืนนั้นเชื่อว่าจะไม่มีผลต่อการพิจารณาของอัยการแต่อย่างใด เนื่องจากใบอนุญาตในการครอบครองอาวุธปืนนั้น สามารถใช้ได้เฉพาะในประเทศที่ออกใบอนุญาตเท่านั้น หากตรวจพบการพกพาอาวุธก็ถือว่ามีความผิดตามกฎหมายของประเทศที่ตรวจพบอยู่แล้ว ตอนนี้ตนยังไม่กล้าประเมินสถานการณ์ล่วงหน้าว่าจะเป็นไปในทิศทางใด เนื่องจากเกรงว่าจะเป็นการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมของประเทศญี่ปุ่น แต่มั่นใจว่าอัยการของประเทศญี่ปุ่นจะให้ความเป็นธรรมกับ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ อย่างแน่นอน พล.ต.ต.อภิชาติกล่าว
พล.ต.ต.อภิชาติกล่าวต่อว่า การพิจารณาเรื่องนี้จะมี 2 แนวทาง คือ กรณีที่พนักงานอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องก็สามารถเดินทางกลับประเทศได้ทันที แต่หากพนักงานอัยการพิจารณาแล้วเห็นว่า พล.ต.ท.คำรณวิทย์มีความผิดข้อหามีอาวุธปืน และเครื่องกระสุนไว้ในครอบครอง จะถือว่าเป็นการต้องโทษคดีอาญาในต่างประเทศ ซึ่งประเทศไทยมีสนธิสัญญากับประเทศญี่ปุ่นเกี่ยวกับ พ.ร.บ.การโอนตัวนักโทษอยู่แล้ว โดยผู้กระทำความผิดต้องรับโทษ 1 ใน 3 ที่ประเทศญี่ปุ่นก่อนที่จะประสานทำเรื่องร้องขอโอนตัวนักโทษกลับมารับโทษในประเทศไทยได้ต่อไ
ตำรวจรออัยการญี่ปุ่น - สั่งคดี "บิ๊กแจ๊ด"
Reviewed by Unknown
on
08:36
Rating:
Reviewed by Unknown
on
08:36
Rating:

Post a Comment